นวิน : หวัดดีพี่
พี่มิก : เอ่อหวัดดี
จะมาสัมภาษณ์ อะไรเนี่ย
นวิน : อ่อ วิชา โปรเฟสครับ
พี่มิก : อืมมม
นวิน : ถามไรดี อ่ะ พี่
พี่มิก : อ่าวว!
นวิน : (หัวเราะ)
งั้นเริ่มเลยแล้วกัน
นวิน : ทำไมพี่ถึงอยากเรียนถาปัดฯ
พี่มิก : ได้รับอิทธิพลจากคุณแม่ แม่บอกว่าเด็กถาปัดทำได้ทุกอย่าง ดูอย่าง เฉลียง ซิ ร้องเพลง ก็ได้ แถมยังเป็นนักคิด
นวิน : แล้วชอบไหม๊
พี่มิก : ชอบนะ สนุกดี
นวิน : จริงๆอยากเรียนที่ไหน
พี่มิก : ตอนนั้นไม่ค่อยรู้ข้อมูล ไม่ค่อยได้ศึกษา รู้แค่ว่า มหาลัยฯ ที่มีคณะถาปัดฯ ที่ดังๆก็มี 3 ที่ จุฬา , ม.ศิลปากร แล้วก็
ลาดกระบัง แต่ จุฬานี่ ตัดทิ้ง เพราะการแข่งขันสูง เลยเลือก ม.ศิลปากร กับ ลาดกระบัง แล้ว ก็ เลยได้เข้ามาเรียน
ที่นี่
นวิน : เรื่องที่ประทับใจตอนเรียน
พี่มิก : ก็คงเป็น เวลาที่ต้องทำงานเป็นหมู่คณะ ใน สตูฯ แปลกดี คิดว่าคณะอื่นคงไม่มีแบบนี้ สนุกดีด้วย
นวิน : พี่ มิก ทำ Thesis อะไร
พี่มิก : ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม
นวิน : ใครเป็น adviser
พี่มิก : อาจารย์ ปูน สุดหล่อ (หัวเราะ)
นวิน : แล้วชอบ thesis ตัวเองไหม๊
พี่มิก : ชอบ แต่จริงก็ชอบ thesis ของหลายคน ทำให้ได้รู้ว่า เพื่อนๆมีความคิดยังได้
นวิน : มีข้อแนะนำในการทำ thesis ไหม
พี่มิก : คุยกับ adviser บ่อยๆไม่ใช่แค่ adviser เราคนเดียวคุยได้ทุกคน แบบไปถามอาจารย์ที่เก่ง คอน เรื่องโครงสร้างที่
เหมาะสมกับ โครงการเรา
นวิน : พอเรียนจบไปแล้ว พี่มิก ทำงานเลย หรือ เรียนต่อ
พี่มิก : ตอนแรกคิดว่า จะเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วยดู แต่พอทำจริงๆแล้วมันเหนื่อยมาก ต้องเหลือซักอย่าง เหมือนที่
อาจารย์หลายคนเคยบอกว่า เรียนจบแล้วให้ทำงานก่อนซัก 2 ปี ให้รู้ว่าเราชอบอะไร อยากเรียนอะไร ต่อ จริงๆ
นวิน : เรียน สาขา อะไร
พี่มิก : เทคโนโลยีทางอาคาร ของ ลาดกระบัง
นวิน : แล้วเรียนไปได้นานไหม
พี่มิก : เรียนไปได้ ไม่ถึงเทอม ซักประมาณ 3 เดือนได้มั้ง สุดท้าย ต้องเลือกซักอย่างก็เลือกทำงานก่อน
นวิน : ที่แรก ที่ พี่มิกเข้าทำงาน
พี่มิก : แมคโนเลีย MQDC เป็น บริษัท Developer
นวิน : Developer ?? ทำอะไรบ้าง
พี่มิก : ก็เขียนแบบ Design คือ เจ้าของบริษัท จะเป็นคนตั้งโจทย์มาว่า อยากให้ทำอะไร เขาจะมองตลาดรวมๆ แล้ว
เลือกลูกค้าว่าลูกค้าระดับไหน แล้วก็ให้ออกแบบตามที่ตัวเองต้องการ คือเราเลือก ลูกค้า ลูกค้า ไม่ได้เลือกเรา
นวิน : มีแบบนี้ด้วย ผมว่าดีนะ
พี่มิก : ดี ได้ทำงานกับคนหลายวิชาชีพ เช่น การตลาด เขาเป็นบริษัทใหญ่ แต่ทำได้ประมาณ 6 เดือน
นวิน : เข้าไปทำงานที่นั่นได้ยังไง
พี่มิก : อาจารย์ปูน เป็นคนแนะนำ
connection เป็นเรื่องสำคัญนะ สำคัญที่สุด
นวิน : อ่าว แล้วออกทำไม
พี่มิก : ออกตามหัวหน้า หัวหน้าไปเปิด บริษัท Design ป๊าบ!! งานเข้า อาจจะเพราะเป็นบริษัทเล็ก และเรายังไม่.. ยังไงดี
บริษัทเล็กๆต้องทำอะไรได้หลายอย่าง เราต้องมีความรับผิดชอบมาก ต้องกระตุ้นตัวเอง เพราะ มันยังไม่ค่อยเป็น
ระบบไม่เหมือน บริษัท ใหญ่ๆ ตอนแรก เราเป็นหน่วยเล็กๆในบริษัทใหญ่ พอมาบริษัทเล็กๆทำให้เราช้าในการเรียนรู้
ทำให้คนอื่นทำงานลำบาก เลยตัดสินใจว่าออกดีกว่า ไปทำบริษัทใหญ่ แล้วอีกอย่างคือชอบ งานเล็กๆ อยากออก
แบบบ้าน
นวิน : ทำงานที่นี่ได้กี่เดือน
พี่มิก : 6 เดือน ทำบริษัทละ ครึ่ง ปี (หัวเราะ)
นวิน : (หัวเราะ)
พี่มิก : สุดท้ายก็มาอยู่บริษัททำบ้าน (Royal House) ก็หาตาม web อาษา ดีนะ
พยามส่ง port ตอนแรก ก็ทำใจยากหน่อยเวลาจะส่ง port แต่ตอนหลังนี่ ส่งๆๆๆ ไปไปสัมภาษณ์หลายๆที่
การไปสัมภาษณ์หลายๆที่จะทำให้เรารู้ว่าเรายังขาดอะไร และอะไรที่เหมาะสมกับเรา
เอ่อ
บริษัททุกที่จะถามเราว่า ทำ "คอมฯได้ไหม๊" "3dmax? cad? sketchup?" ก็อยากให้สนใจพวกเครื่องมือเหล่านี้
เพราะตอนนี้มันจำเป็นมาก
นวิน : แล้วที่นี่ดีไหม
พี่มิก : ก็ทำมาประมาณ 2 เดือน ก็รู้สึกว่าใช่ ให้เราทำทุกอย่าง เดี๋ยวนี้ บริษัทพวกนี้เริ่ม ที่จะเน้น design มากขึ้น ไม่ได้มี
แต่แบบบ้านมาตราฐานเหมือนที่หลายคนคิด เพื่อหาลูกค้า ข้อดี คือ มีมาตราฐานด้านวัสดุก่อสร้าง เรื่องโครงสร้าง
เรื่องราคา เขาพร้อมให้เราเข้าไปเรียนรู้ จากที่ไม่เคยได้เขียนแบบก่อสร้าง ก็ได้เขียน ก็ดี
นวิน : มีช่วงว่างงานไหม
พี่มิก : มี แต่ไม่ถึงเดือนถ้าเราหามันก็มี ว่างๆก็รับ Job
นวิน : รุ่น พี่มิก ไปทำงานต่างประเทศกันเยอะ พี่มิกไม่คิดจะไปบ้างหรือ
พี่มิก : เคยอยากไปนะ เพราะรู้ว่าได้เงินเยอะ แต่ด้วยความที่อยากจะรู้เรื่องตัวเองก่อน เรียนรู้งานในไทย สมัยนี้การศึกษา
งานในต่างประเทศทำได้ไม่ยาก สื่อ มันเยอะ เลยคิดว่า เรียนรู้จากในประเทศก่อน เพราะ สถาปนิก ไม่ได้คิดออก
แบบแค่อาคาร แต่ต้องออกแบบคิดถึงผู้ใช่อาคาร คิดถึงภูมิประเทศ หรืออะไรอีกหลายๆอย่าง
นวิน : แล้วเพื่อนๆที่ สิงค์โปร?
พี่มิก : เท่าที่รู้ ก็ ค่อนข้างจะทำงานลำบาก เรื่อง กฏหมาย เขาจริงจัง ส่วนใหญ่ก็จะได้ความเป็นมืออาชีพกลับมา และเท่าที่
รู้มาในไทยก็พยามทำๆกันอยู่เรื่องการควบคุมอาคาร ทั้ง สมาคม และ สภาสถาปนิก
รายได้เราต่ำกว่าแต่ เกียรติ ความรับผิดชอบเท่ากัน เชื่อมั่นใน วิชาชีพของเรา มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตคน
นวิน : แนวคิดในตอนที่เรียนอยู่ต่างกับตอนทำงานไหม
พี่มิก : ต่าง
นวิน : แนวคิดในตอนเรียน
พี่มิก : ตอนเรียนเรามีอิสระในความคิด อาจเหนือความเป็นจริง นามธรรมมากกว่า ซึ่งเป็นสิง่ที่ดีเราได้รู้ concept ทั้งดี
และ ไม่ดีทั้งตะวันตก และ ประเทศไทย
นวิน : แล้วตอนทำงานหล่ะ
พี่มิก : ตอนแรกคิดว่าลาดกระบังน่าจะทำได้จริง แต่ยังมีรายละเอียดอีกมาก เพราะ เป็นงานสร้างจริง เป็นพื้นที่ ที่เกิด
กิจกรรม เช่น เรื่อง ราคา โครงสร้างที่เหมาะสมจริงๆ อยากให้กลับไปเน้น เรื่องโครงสร้าง เรื่อง วัสดุ งานระบบต่างๆ
นอกเหนือจาก design
นวิน : งั้นมาคำถามบังคับ
พี่มิก : ว่ามา
นวิน : สถาปนิกในดวงใจ
แต่ของผมยากกว่า มี ต่างประเทศ กับ ประเทศไทย (หัวเราะ)
พี่มิก : ถ้าต่างประเทศก็ Frank lloyd wright
นวิน : ทำไมอ่ะพี่
พี่มิก : เมียเยอะดี (หัวเราะ)
นวิน : (หัวเราะ)
พี่มิก : design บ้านเขาแรงทางโครงสร้าง ท้าทายวิศวะกรดี ไปเรียนวิศวะ เพราะโดนวิศวกรสบประมาท
นวิน : แล้วไทยหล่ะ
พี่มิก : ชอบงานของ ต้นศิลป ของคุณชาตรี แล้วก็ อ.เล็ก
ถ้าพูดถึงความงาม ฝีมือ แบบอินเตอร์ฯ ไม่ปกติทั่วไป แปลกตา design mass
นวิน : ฝากอะไรถึงน้องๆ
พี่มิก : ให้ตั้งใจเรียนวิชา major มุกวิชา รวมถึงวิชา วิศวะด้วย เพราะมันเป็นพื้นฐาน ออกไปทำงานจริง ใช้ประมาณ
5-10% ของตอนเรียน แต่มันจะช่วยให้เราเข้าใจมากขึ้นนอก จากการเรียนก็เป็นเรื่องที่เราไม่รู้ เรื่องชีวิตจริง
ตอนเรียนอาจเรียน concept พองานจริงๆ รายละเอียดมันเยอะ แล้วก็ วิชา Profess สำคัญมากๆ เพราะเราได้
เรียนรู้จากประสบการณ์ของคนที่เคยผ่านมาก่อน พอไปทำงานเจอแบบนั้นจริง เราจะนึกถึงคนที่สอนเรา
แล้วก็ ตอนเรียนอย่าไปคิดถึงเกรดมากนัก ทำให้มันผ่านพ้นไป เพราะเราเรียนแนวคิดอยากลองทำอะไรให้ลองทำ
เลยตอนเรียนเพราะจบไปทำงานจริงๆ เราจะไม่มีโอกาสนั้น
นวิน : สุดท้ายๆ
คำคม คำคม
พี่มิก : อ่าา
ทำงาน 3 ที่ ได้ยิน คำนี้ 3 ที่เลย
" เสียกระดาษ ดีกว่าเสียปูน "
นวิน : ว้าววว คมๆ ลึกๆ (หัวเราะ)
พี่มิก : เราคิดในกระดาษ เส้นทุกเส้นมีความหมาย อย่างที่อาจารย์เคยบอกจริงๆ ให้ความสำคัญเพราะสิ่งที่เราเขียนมันมี
มูลค่ามาก แต่ก็อย่าเครียดมาก
นวิน : พอแค่นี้แล้วกันนะพี่ ยุ่งกัด
พี่มิก : เอ่อยุ่งเยอะหว่ะ
นวิน : ขอบคุณมากนะพี่
พี่มิก : ไม่เป็นไรๆ ไว้คุยกันใหม่
นวิน : หวัดดีพี่
พี่มิก : เอ่อ หวัดดี หวัดดี
การสนทนาจริงๆไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เรายังคุยกันต่อนิดหน่อยเกี่ยวกับ thesis ของผม ขอบคุณบรรยากาศร้านสวยๆ(แต่ยุงเยอะไปหน่อย) ขอบคุณพี่มิก ที่ให้ สัมภาษณ์ และ ที่สำคัญ ขอบคุณ อ.ไก่ ที่สั่งงานนี้ให้มาสัมภาษณ์รุ่นพี่ ทำให้ผมได้ความรู้ ได้แนวคิดหลายๆอย่างจากคนที่มีประสบการณ์จริงๆ ที่โดยปกติ เราอาจจะไม่ค่อยได้คุยกับเรื่องแบบนี้มากนัก ขอบคุณครับ
